KEEP THE FAITH

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกซีซั่นที่ผ่านมามีสิ่งที่ตกค้างอยู่ในใจผมเพียงเรื่องเดียว ไม่ใช่ฟอร์มแชมป์ของเชลซี ไม่ใช่การพลาดแชมป์อย่างน่าเสียดายของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างที่รู้กันว่าซีซั่นที่แล้วมีทีมฟุตบอลหลายทีมที่ประสบปัญหา พอร์ทสมัธประสบปัญหาทางการเงิน แมนฯยูฯ หนึ่งในทีมที่มั่งคั่งที่สุดตลอดหลายปีที่ผ่านก็มีปัญหาหนี้สิน ขณะที่ลิเวอร์พูลหนจักกว่านั้นเพราะมีปัญหารุมเร้าทั้งด้านหนี้สินและฟอร์มการเล่น เจาะจงไปที่ลิเวอร์พูล ฟอร์มการเล่นอันกระท่อนกระแท่นตั้งแต่ต้นฤดูกาล บวกกับปัญหาทางการเงินทำให้ลิเวอร์พูลหลุดวงโคจรการลุ้นแชมป์ไปอย่างรวดเร็ว จากทีมอันดับ 2 เมื่อปีก่อน ลิเวอร์พูลกลับต้องมากระเสือกกระสนอย่างไม่น่าเชื่อในปีนี้ แต่ท่ามกลางปัญหาที่รุมเร้าและฟอร์มการเล่นที่เข้าขั้นห่วยแตก อยู่ๆ ก็มีป้ายผ้าขนาดไม่ใหญ่โตอะไรนัก 2 แผ่นถูกขึงตึงขึ้นที่อัฒจันทร์มุมหนึ่งในสนามแอนฟิลด์ ป้ายหนึ่งอ่านได้ว่า Keep The Faith ส่วนอีกป้ายอ่านว่า We Trust in RAFA เห็น 2 ป้ายนี้แล้วผมเหมือนถูกชกเข้าที่ชายโครง ลิเวอร์พูลไม่ใช่ทีมโปรดของผมและแน่นอนไม่มีวันใช่ แต่ผมยอมรับตลอดมาว่าถึงจะไม่ได้เป็นแฟนบอลของพวกเขา แต่ผมก็รู้สึกว่าพวกเขาเป็นทีมที่มีเสน่ห์เสมอ ป้ายผ้าทั้ง 2 ป้ายนี้เป็นเหตุผลสนับสนุนได้เป็นอย่างดี สำหรับผม ป้ายผ้าทั้ง 2 ป้ายนี้ก้าวข้ามการเป็นแค่เพียงวิธีการเชียร์ฟุตบอลไปไกล เพราะมันเป็นการแสดงออกถึงความรัก ความศรัทธา และความเชื่อมั่นอะไรบางอย่างอย่างสุดจิตสุดใจ แม้กระทั่งในยามที่สิ่งที่เขาเชื่อมั่นนั้นอยู่ในสภาวะคลอนแคลนเต็มทน ผมไม่แน่ใจว่าตัวคนเขียนป้ายทั้ง 2 แผ่นนั้นรู้สึกอย่างไรในวินาทีที่จรดปากกาเขียน แต่เชื่อแน่ว่าไม่มากก็น้อยเขาเองก็หวั่นไหวอยู่เช่นเดียวกัน ประโยค Keep The Faith [...]

Posted at 12:58 pm on มิถุนายน 18, 2010 | 1 comment | Filed Under: Uncategorized | read on

นักฟุตบอล

ผมเป็นนักฟุตบอลระดับสมัครเล่นที่ให้ความจริงจังกับการเตะฟุตบอลในระดับมืออาชีพมานานกว่าสิบปี ถ้าจะระบุลงไปให้แน่ชัดผมจำไม่ได้แล้วว่าเริ่มรู้จักกับลูกกลมๆ ใบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ที่จำได้อย่างแม่นยำคือวันที่ไปนั่งเด๋อๆ ดูเขาเล่นฟุตบอลข้างสนามฟุตบอลโรงเรียนคลองกิ่วยิ่งวิทยา ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ในช่วงราวๆ พ.ศ.2537 เด๋อวันที่หนึ่งยังได้เป็นแค่ผู้ชม เด๋อวันที่สอง หลังจากที่วิ่งเก็บลูกบอลที่รุ่นใหญ่เขาเตะออกมาหลายลูก ในที่สุดเขาก็หลงกลชวนผมเตะด้วยจนได้ และนับจากนั้นซูเปอร์สตาร์ลูกหนังคนใหม่แห่งตำบลคลองกิ่วก็ถือกำเนิดขึ้น ผมในวัย 10 ต้นๆ กลายเป็นขาประจำของการดวลแข้งประจำวันที่มีเพื่อนร่วมสนามหลากหลายอาชีพและหลายชนชั้น บางคนเป็นตำรวจ บางคนเป็นพนักงานโรงงาน บางคนเป็นช่างซ่อมมอเตอร์ไซค์ บางคนเป็นนักเรียนอาชีวะ และทุกบางคนที่ว่ามานั้นอายุมากกว่าผมทั้งสิ้น ด้วยพรสวรรค์ที่พอมีติดตัว ผมใช้เวลาไม่นานในการถีบตัวเองจากตำแหน่งผู้รักษาประตูรูหนูขึ้นมาจับงานในตำแหน่งกองหลัง จนกระทั่งมีผู้ใหญ่เห็นแววจึงผลักดันขึ้นมารับบทบาทเป็นกองกลาง และประสบความสำเร็จสูงสุดด้วยการยึดตำแหน่งศูนย์หน้าตัวความหวังอยู่นานหลายปี ผมกลายเป็นเด็กบ้าบอลแบบเต็มสูบ ชีวิตช่วงนั้นมีแต่ฟุตบอล กลางวันเตะฟุตบอลที่โรงเรียน ตกเย็นนั่งรถกลับบ้าน ถึงบ้านวางกระเป๋าเปลี่ยนเสื้อเปลี่ยนรองเท้าเดินไปสนามฟุตบอลทันที ถ้าเป็นวันเสาร์อาทิตย์ก็ต้องเข้านอนแต่หัวค่ำเพื่อรอให้พ่อปลุกลุกขึ้นมาดูถ่ายทอดบันทึกการแข่งขันฟุตบอลอังกฤษหลังหนังบิ๊กซีนีม่าโปรแกรมเพชรหนังพันล้านที่จะจบประมาณเที่ยงคืนครึ่ง ซึ่งขณะนั้นสำหรับผมถือว่าดึกมากๆ ผมเชื่อว่าทุกคนต้องมีอะไรบางอย่างที่เป็นตัวขับเคลื่อนการดำเนินชีวิต สำหรับผมฟุตบอลคือสิ่งที่สร้างตัวตนของผม เรื่องนี้เป็นประเด็นที่อธิบายให้เข้าใจยากแต่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับตัวผมมาก จากเด็กผู้ชายที่ได้รับความนิยมจากเพื่อนฝูงในระดับกลางๆ ค่อนไปทางหลังๆ แต่การค้นพบความสามารถทางการเล่นฟุตบอลทำให้ผมกลายเป็นคนป็อบๆ ขึ้นมากับเขาบ้าง มันทำให้ผมเป็นคนที่มีที่ทาง มีตัวตนขึ้นมาในกลุ่มเพื่อนจนพัฒนาต่อยอดไปสู่ตัวตนในรูปแบบอื่นๆ ต่อไปตามวัยที่ดำเนินไป ประเด็นนี้ครอบคลุมไปถึงต้นแบบหรือไอดอลในการใช้ชีวิต แม้ผมจะเคยหลอกตัวเองไปบ้างว่าผมมีไอดอลเท่ๆ แต่จริงแท้แล้วเปล่าเลย ไอดอลตัวจริงของผมตลอดมาคือ เอริก คันโตน่า นักฟุตบอลหมายเลข 7 จากทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด [...]

Posted at 11:20 am on พฤศจิกายน 6, 2009 | 5 ของความคิดเห็น | Filed Under: Uncategorized | read on

เกี่ยวกับ

I am n0.7


Follow

Get every new post delivered to your Inbox.